รัฐประหารของเขมรแดง

รัฐประหารของเขมรแดง ซึ่งหลังจากที่เขมรแดงได้เข้ามายังกัมพูชาแล้วเขาก็ได้เข้ามาจัดจางผู้นำที่ก่อรัฐประหารก่อนหน้านี้ออกไปเลย สมเด็จพระนโรดม สีหนุ เขาก็ได้ขึ้นมาเป็นประมุกอีกรอบดั่งที่กัมพูชาส่วนใหญ่ได้วางและเรื่องราวทั้งหมดก็ดูเหมือนว่าจะจบลงด้วยดีแต่เปล่าเลยมันเป็นการเปลี่ยนจากขุมนรกธรรมดาลงไปยังมหาอเวจีเท่านั้นเอง

นอกจากนี้หลังจากที่เขมรแดงภายใต้ของการมาของ นาย พลพรพจน์  ได้เข้ามามีบทบบาทในกัมพูชาเขาก็ไม่ลีรอรีบนำเอาอุดมการคอมมิวนิสต์แบบจีนมาใช้กับกัมพูชาเลยก็คือจะทำให้ทุกคนนี้มีความเท่าเทียมกันหมด สมเด็จพระนโรดม สีหนุ ที่พึ่งได้กลับไปเป็นประมุกใหม่ๆก็ได้ถูกปลดออกในไม่กี่ชั่วยาม

เนื่องจากนี้เขมรแดงก็ได้นำตัวไปกักบริเวณจากนั้นเขมรแดง

ก็ได้ตัดสิ้นใจจะผลิกแผ่นดินให้กลายเป็นดินแดนแห่งคอมมิวนิสต์ที่แท้และพวกเขาก็ไม่ได้ทำแบบประเทศอื่นที่แบบว่าค่อยๆเป็นค่อยๆไปคือเปลี่ยนจากประชาชนปรับตัวกันไม่ทันเลยที ดังนั้นที่เขมรแดงได้เข้ามามีอำนาจเขาก็ได้ยึดทั้งเมืองและได้ถูกลดเกรดความเจริญให้มีระดับความเท่ากันหมดคือคำว่าเมืองใหญ่จะไม่มีในระบบอีกต่อไปและจะมีแค่ชนบทเท่านั้นเองและอะไรต่างๆที่ดูเจริญหน้าเจริญตาไปก็จะถูกีดลีทออกหมดตั้งแต่ตลาดธนาคารโรงพยาบาลโรงงานห้างพรรสินค้าต่างชาติจนกระทั่งถึงรถมอเตอร์ไซค์ก็ได้ถูกนำออกไปเรียบร้อยภายในเวลาไม่นาน

ซึ่งวัดว่าอารามที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนาเช่นเดียวกัน

ก็ถูกนำออกไปเช่นกันประชาชนทุกคนก็จะต้องมีอาชีพเหมือนกันก็คือจะต้องเป็นชนชั้นแรงงานในตอนนั้นบุคคลที่เป็นผู้ล่ามากมายจะถูกฆ่าให้หมดในวันนั้นเลยไม่วาจะเป้นคุณหมอคุณครูศิลปินวิศวะไม่เว้นแม้กระทั่งนายทหารที่มียศใหย่ๆอีกหลายคนก็ต้องถูกฆ่าเช่นกัน

เพราะฉะนั้นในการศึกษาในตอนนี้มันไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นอีกต่อไปในเมื่อสิ่งที่พวกเขาจะต้องเรียนรู้อย่างเดียวก็คือการปลูกข้าวโดยในการฆ่าบางที่มันก็รามปรามไปถึงคนที่น่าตาเป็นเด็กแบบนี้ก็จะถูกฆ่าได้เหมือนกันหลังจากนั้นชาวบ้านต่างๆที่เหลืออยู่ก็จะถูกจับเตะไล่ไปเป็นชนชั้นกรรมากร

โดยที่ไม่มีโอกาศจะนำเอาอะไรติดตัวไปได้เลยคือในวันนั้นคนที่ได้ถูกจับเตะพวกเขาก็ต้องยื่นทรัพย์สินต่างๆไม่ว่าจะเป็นแก้วแหวนเงินทอแก้วแหวนแม้กระทั่งของกินที่อยู่ในตู้เย็นให้กับกลุ่มของเขมรแดงหมดเลยก่อนที่จะเดินทางไปยังทุ่งแรงงานหรือที่เขาได้เรียกกันว่านารวม

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  บาคาร่า sa

Continue Reading

เรื่องราวที่แท้จริงของซานตาคลอส

เรื่องจริงของซานตาคลอส

เรื่องจริงของซานตาคลอส ซายตาคลอสดป็นชายชราที่จะขี่เลื่อนหิมะมานำของขวัญให้เด็กๆในแต่ละบ้านโดยจะให้ไปกับเด็กที่มีนิสัยดีเชื่อฟังคำสั่งของพ่อแม่เท่านั้นแต่ถ้าเด็กคนไหนที่นิสัยไม่ดีฉันจะคลอดก็จะไม่ให้ของขวัญส่วนใหญ่ในวันคริสต์มาสพ่อแม่จะจัดปาร์ตี้ฉลองกับเด็กๆแต่จะอยู่ไม่ดึกนะเด็กๆจะรีบเตรียมจัดบ้านต้นคริสต์มาสทำคุกกี้และนมวางไว้บนโต๊ะแขวนถุงเท้าไว้ให้เรียบร้อยจะรีบขึ้นไปบนบ้านนอนหลับเพราะมีความเชื่อว่าซานตาคลอสจะไม่ให้ของขวัญกับเด็กที่ดื้อและไม่ยอมนอนดังนั้นในวันคริสต์มาสเด็กๆทุกคนจะรีบนอนกันเพื่อรอให้เช้าวันต่อมามาถึงเร็วๆ

จะได้แกะของขวัญซึ่งสิ่งที่ฉันให้เด็กๆยิ่งเชื่อว่าชั้นจะคลอดมีอยู่จริงนั้นนั่นก็เพราะว่าในประวัติศาสตร์ได้กล่าวไว้ว่ามีครอบครัวกลุ่มหนึ่งได้ทำคุกกี้และนมวางไว้บนโต๊ะหลังจากนั้นจึงขึ้นไปนอนพร้อมกับหวังว่าของขวัญจะมาปรากฏให้กับเด็กๆเช้าวันต่อมาก็มีของขวัญวันอยู่ไว้ใต้ต้นคริสมาสและนอกจากนั้นคุกกี้และนมยังหายไปด้วยดังนั้นเด็กๆจริงๆว่านำของขวัญมาให้และกินอาหารที่เด็กๆให้หลังจากนั้นความศรัทธาเกี่ยวกับซานตาคลอสก็มีมากขึ้นเรื่อยๆจนเป็นที่โด่งดังและเป็นความเชื่อที่สำคัญของคนทั่วโลก ว่ากันว่าซานตาคลอสนั้นเป็นชายชราผู้ร่าเริงจิตใจแจ่มใส

และนิสัยดีเขามักจะมากินของกินที่เด็กๆให้เราแลกกับของขวัญคนละกล่องให้กับเด็กๆว่าเด็กๆฝันว่าอยากจะได้อะไรไม่ว่าจะเป็นของเล่นชิ้นไหนก็สามารถให้เด็กๆได้หมดแต่จะต้องเป็นเด็กที่นิสัยดีตลอดทั้งปีเท่านั้นถ้าเกิดว่ามีเด็กคนไหนที่นอนดึกไม่ยอมเชื่อฟังพ่อแม่นิสัยเกเรว่ากันว่าซานตาคลอสจะไม่ให้ของขวัญกับเด็กคนนั้นเพื่อเป็นการสั่งสอนให้ในปีต่อมาเขาทำตัวดีเพื่อที่จะได้รับของขวัญจากซานตาคลอสนั่นเองค่ะ ว่ากันว่าเขาอาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือเนื่องจากที่นั่นหนาวทำให้ไม่มีใครสามารถไปหาซานตาคลอสได้สักทีดังนั้นเด็กๆจึงคิดว่าซานตาคลอสอาจจะรายเวทมนต์ให้ที่นั่นมีอากาศที่หนาวเพื่อที่จะได้ไม่มีใครสามารถเดินทางตัวจริงได้และว่ากันว่า ซานตาคลอสไม่ได้เป็นคนทำของเล่นขึ้นเอง

แต่เขามี มนุษย์ตัวเล็กคอยช่วยทำงานโดยการสร้างของเล่นจากเวทมนตร์ให้และ ซานตาคลอสก็มีหน้าที่ที่จะขนของขึ้นรถม้าที่เหล่ากวางเรนเดียร์จะเป็นคนบังคับเลื่อนและเขาก็นำไปส่งให้กับเด็กๆทั่วโลกภายในคืนเดียวค่ะซึ่งเด็กๆทั่วโลกมักจะได้รับของขวัญทำให้มีคนเชื่อว่าซานตาคลอสมีอยู่จริง  ซานตาคลอสถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำของขวัญด้วยตัวเองแต่เขาก็ค้นหารายชื่อเด็กดีจากทั่วโลกเพื่อที่จะได้เตรียมของขวัญลูกกวาดอร่อยๆให้กับเด็กๆเหล่านั้นแล้วจะจดรายชื่อไว้ด้วยว่าใครเป็นเด็กที่นิสัยเกเรไม่เหมาะแก่การให้ของขวัญและใครเป็นเด็กที่นิสัยดีเหมาะแก่การให้ของขวัญ

ทำให้สมหวังในวันคริสต์มาสค่ะ ว่ากันว่า ซานตาคลอสคนแรกของโลกนั้นคือนักบวชเซนต์นิโคลัส ซึ่งว่ากันว่านักบวชซนต์นิโคลัส ในตอนเด็กนั้นพ่อแม่ของเขาได้เสียชีวิตตั้งแต่เด็กไว้พร้อมกับสมบัติมากมายก่ายกองเมื่อเขาโตเป็นหนุ่มเขาได้บวชและเดินทางไปทั่วสารทิศทุกมุมโลกและนำทรัพย์สินของตัวเองบริจาคให้กับคนยากไร้และยากจนทำให้เขาเหล่านั้นมีชีวิตที่ดีขึ้นนอกจากนั้นนักบวชยังช่วยสอนการทำงานต่างๆมันทำให้เราช้ายากไร้ไม่ต้องกลายเป็นขอทานและมีงานทำ เขานั้นมักจะให้ของขวัญกับทุกคนดังนั้นนักประวัติศาสตร์จึงตั้งว่าซนต์นิโคลัสเป็นซานตาคลอสคนแรกของโลก

 

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่บาคาร่า

Continue Reading

ประวัติของขุนโจรเสือจำเรียง

ประวัติของขุนโจรเสือจำเรียง

เรื่องขุนโจน5นัดเสือจำเรียงปางมณีเรื่องมันก็เริ่มมาจากปี2499

ประวัติของขุนโจรเสือจำเรียง คืนวันที่10ธันวาคม2499ได้เกิดเหตุมีการปล้นขึ้นที่บางแคก่อนที่จะปล้นได้ยิงปืนขึ้นฟ้า5นัดและได้ยิงเจ้าของบ้านที่เป็นเจ้าของทรัพย์จากนั้นก่อนกลับก็ได้ยิงขึ้นฟ้าอีก5นัด ตำรวจได้เข้าตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนเหมือนกันกับตำรวจและได้คาดการว่าหน้าจะเป็นของเสือจำเรียง ปางมณี จากนั้นข่าวก็ได้ดังไปทั่วทำให้พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์

นั้นนั่งไม่ติดโต๊ะทำงานและได้ให้คำขวัญแก่ลูกน้อว่า ไม่มีอะไรที่อยู่ใต้แสงอาทิต ที่ตำรวจไทยทำไม่ได้จากนั้นก็ได้สั่งการให้ตำรวจท้องที่ออกจับตัวนายเรียงได้ออกสืบหาตามที่ต่างๆ

โดยเฉพาะบ้านพ่อกับแม่เขาที่บางใหญ่จังหวัดนนทบุรีซึ่งก็ไม่เจอแม้แต่ลอยต่อมาสายสืบได้ส่งข่าวมาว่าเสือจำเรียงนั้นได้หลบไปซ้อนตัวที่กระท้อมกลางสวนลึกอยู่แถวๆ ตำบนหัวกระบือ อำเภอบางขุนเทียนซึ่งเป็นบ้านของญาติเสือเรียงและได้อาศัยอยู่มาตั้งแต่เด็กๆจากนั้นตำรวจก็ได้ยกกำลังมาจับ100กว่านายและได้ยิงต่อสู้กันจนทำให้ตำรวจนั้นตายไปหลายนายและการยิงต่อสู้นั้นไม่ถูกเสือจำเรียงเลยสักนัดที่หนักไปกว่านั้น หลวงพ่อเต๋ คงทองแห่งวัดสามง่ามจ.นครปฐมได้กล่าวว่าเสือจำเรียงนั้นหายตัวได้

ต่อมาเมื่อถึงวันที่16กุมภาพันธ์ได้รับคำกับตำรวจว่าจะมอบตัว

แต่ทันใดนั้นเสือเรียงไม่มาตามนัดตำรวจนั้นจึงโดนเสือเรียงหรอกและได้หนีรอดไปได้ตำรวจพาสืบอยู่นานจนได้ข่าวมาว่าพบเสือเรียงหลบอยู่ในสวนลึกในพระประแดงและได้มีทหารเรือหลบซ้อนอยู่ด้วยจากนั้นเสือจำเรียงก็ได้ย้อนกลับมาที่บางแม่นาง บางใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพ่อและแม่ของเสือจำเรียงและได้มาล้างแค้นกับนายกลิ่นที่ไม่ยอมแบ่งที่ดินให้กับเมียของตัวเองซึ่งทางโบราณที่มีประวัติเกี่ยวกับข้อมูลเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องจริงและถูกจดบันทึกถึงเหตุการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี

ทำให้เรื่องเหล่าถูกล่าวขาลมาอย่างยาวนานและไม่ว่าจะเป็นประวัติของใครที่มีการจดบันทึกไว้เพื่อเป็นการทำให้ทราบถึงที่มาที่ไปของพวกเขาเหล่านั้นในบางคนอาจจะมีส่วนดีอยู่มากเหมือนกันแต่เหตุการณ์ก็ทำให้พวกเขานั้นต้องตกไปอยู่กับเหตุการณ์ที่บังคับให้พวกเขาต้องร้ายกาจตอย่างที่ประวัติได้ทำการจดบันทึกเอาไว้ และไม่ว่าการเลื่องลือกับเหตุการณ์ต่างๆที่เราได้ยินมาจะจริงหรือไม่ก็ถือว่าเป็นเรื่องเล่าขาลมาแต่นมนานอย่าได้นำมาเป็นแบบอย่างกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันก็พอ

 

เรื่องที่น่าสนใจโดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

Continue Reading