Fujicolor C200 หนึ่งในฟิล์มที่มือใหม่ควรหามาลอง

หนึ่งในฟิล์มเริ่มต้นที่เหล่ามือใหม่ที่สนใจจะเล่นฟิล์มควรหามาลองกัน

ซึ่งฟิล์มของค่ายนี้จากชื่อคงรู้กันดีว่าเป็นฟิล์มแบรนด์ญี่ปุ่น ที่เรียกได้ว่าโด่งดังที่สุดแล้วล่ะ ทำออกมาได้ไม่แพ้ค่ายต่างๆของประเทศตะวันตกกันเลย บางท่านจะรู้สึกว่าชอบมากว่าฟิล์มของทางตะวันตกด้วยซ้ำ นั้นอาจเป็นเพราะว่าญี่ปุ่นก็อยู่แทบเอเชีย สีอาจจะตรงใจคนไทยมากกว่า แต่นั้นก็ไม่เสมอไปหรอก สำหรับผม ผมยังชอบแนวติดเหลืองของ Kodak มากกว่า แล้วแต่สไตล์คนจริงๆเรื่องฟิล์ม มาบอกว่าตัวไหนดีกว่าตัวไหนไม่ได้หรอก

ฟิล์มตัวนี้เป็น ตัวที่เรียกว่าเป็นพื้นฐานที่สุดของค่าย Fujicolor แล้วก็เป็นคู่แข่งสำคัญของ Kodak Colorplus ซึ่งทั้งสองตัวนี้ถือว่าให้รายละเอียดที่ใกล้เคียงกันมาก จะแตกต่างที่โทนสีของ Fujcolor c200 นั้นจะติดเขียว นั้นทำให้ภาพที่ได้จะเป็นอารมณ์เย็นๆมากว่าฟิล์มโทนติดเหลืองนั้นเอง ถ่ายในร้านกาแฟ หรือ ป่า น่ะ ได้อารมณ์ชิวๆเป็นอย่างดีเลย ค่า ISO ก็ได้ 200 เท่ากับคู่แข่งเขา ซึ่งถือว่า ISO 200

นี่เป็นความไวแสงพื้นฐานของการถ่ายภาพสมัยนี้เลยก็ว่าได้ แล้วค่ายนี้ก็มีอะไรที่รู้สึกว่าจะดีกว่าค่ายตะวันตกตรงที่ หลายๆครั้งถ้าใส่ฟิล์มดีๆจะถ่ายภาพได้มากกว่าหนึ่งภาพทำให้เหมือนได้กำไรมาหนึ่งรูปนั้นเอง

อันนี้ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองรึปล่าวนะ แต่ก็นะถึงแม้ว่าจะเป็นฟิล์มที่มีคุณภาพเท่ากับ Colorplus ก็จริงแต่ราคากลับสูงกว่าทำให้คนไปเล่น Colorplus ซะมากกว่า สำหรับคนที่ไม่ชอบติดเหลือง ยังไงๆก็คงปักใจกับฟิล์มค่ายนี้มากกว่า

ฟิล์มแต่ละตัวนั้นมีโทนสีและความละเอียดแตกต่างกันควรเลือกใช้ให้ตรงกับความชอบแล้วก็ตรงกับที่ๆเราจะไปถ่าย

อย่างเช่นการไปถ่ายช่วงแสงตอนเย็นที่แสงสาดเป็นสีเหลืองทอง ถ้าเกิดเลือกใช้ฟิล์ม Kodak Colorplus ก็อย่างทำให้เหลืองเกินไป เป็นต้น ดังนั้นอย่างที่กล่าวไปว่า การเลือกฟิล์มจะมาถามคนนู้นคนนี่ว่าตัวไหนดี คงตอบยาก อาจจะตอบได้เพียงว่าตัวนี้เหมาะกับถ่ายระดับไหน เท่านั้น แล้ว Fujicolor C200 ตัวนี้ ก็เหมาะกับถ่ายทั่วๆไปในทุกๆโอกาสนั้นเอง

 

 

สนับสนุนบทความโดย แทงมวยสด

Continue Reading

ศิลปะจีน ที่น่าสนใจ

ถ้าหากพูถึงอารยธรรมที่มีมาอย่างยาวนานนั้นประเทศจีน

เป็นอีกประเทศหนึ่งมีประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน ประเทศจีนถือเป็นอีกประเทศที่มีทั้งเนื้อที่ของประเทศที่ขนาดใหญ่และมีประชากรมากที่สุดในโลก ประวัติศาสตร์จีนนั้นเป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้เพราะว่านอกจากจะมีประวัติการปกครองที่ยาวนานแล้ว

แต่ด้วยความใหญ่ของเนื้อที่ประเทศทำให้ลักษณะของแต่ล่ะภูมิภาคนั้นก็ย่อมความแต่แตกต่างกัน ประวัติศาสตร์ ศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรมของจีนมีความาแข็งแกร่งมากแล้วยัง ถูกเผยแพร่ศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรม ออกไปทั่วโลก หากพูดถึงประเทศจีน สิ่งที่สัญญาลักษณ์ของประเทศที่ทำให้รู้ได้ทันทีนั่นก็คือมังกรและจีนได้รับฉายาว่าเป็นดินแดนมังกร

เพราะว่าคนในประเทศจีนเชื่อว่ามังกรเป็นสัตว์วิเศษเป็นเทพบนสวรรค์ เป็นของชั้นสูง ถูกได้รับการบูชาและให้ความเคารพแก่มังกร ดังนั้นภาพวาด รูปปั้น ของมังกรนั้นก็ได้ถูกทำไปวาดไปปั้น

 

เพื่อตกแต่งตามสถานที่ที่สำคัญ เช่น ตามพระราชวัง วัด หรือแม้แต่เป็นบนบันลังก์ของพระราชาในอดีตก็เช่นเดียว โดยบันลังก์มีชื่อเรียกว่า “บังลังก์มังกร” เพราะมังกรถือเป็นตัวแทนของความยิ่งใหญ่และพลังอำนาจ 

ศิลปะการวาดภาพโดยพู่กันจีนนั้น ถือเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของชาติจีนเลยก็ว่าได้ พู่กันยังเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในจีนสมัยอดีต เพราะเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการวาดเขียนของ การที่จะวาดเขียนบนพู่กันได้นั้น ต้องมีความชำนาญและต้องฝึกฝนการใช้พู่กันก่อน

ดังนั้นจีนจึงมีศาสตร์ที่เรียกว่า ศิลปะการเขียนพู่กันจีน

ด้วนความที่การใช่พู่กันน้ันไม่ได้ง่าย ผู้ที่ต้องการจะฝึกฝนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหมั่นฝึกฝนเพื่อเพิ่มความชำนาญให้กับตนเอง และการวาดด้วยพู่กันนั้นก็ถือว่าเอกลักษณ์และมีเสน่ห์อย่างยิ่ง บ่งบอกถึงความเป็นศิลปะของจีนได้อย่างดี หากนึกถึงการวาดแบบพู่กันก็จะนึกจีนเป็นทันทีเลย 

ประวัติศาสตร์การวาดภาพแบบจีนนั้นค่อนข้างที่จะมีมาอย่างยาวนาน เพราะได้ถูกค้นพบได้ตามเครื่องเครือบดินเผาที่มีอายุราวๆ 5,000-6,000 ปีในประเทศจีน ส่วนใหญ่เป็นลวดลายที่เกิดจากธรรมชาติ ลวดลายของดอกไม้ พืช สัตว์

สิ่งทอเครื่องใช้ และการตกปลาล่าสัตว์ ที่สะท้อนให้เห็นได้ถึงวิถีชีวิตการเป็นอยู่ของคนในสมัยอดีตที่บอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ผ่านทางการวาดภาพ ในปีค.. 1949 ชุดภาพวาดบนผืนผ้าได้ถูกค้นพบขึ้นในจีน มีทั้งรูป คน สัตว์ สิ่งของ มังกร หงษ์

ในสุสานของอดีตกษัตริย์แห่งรัฐฉุ่ในสมัยจ้านกั๋ว หรือเมื่อประมาณ 475 ปีการคริสต์กาล

ถือว่าภาพวาดที่ถูกค้นพบที่เมืองฉางซาแห่งนี้เป็นภาพวาดที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุด ที่ถูกค้นพบขึ้นในจีน สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการบอกเล่าถึงอดีตให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ ถึงความเป็นอยู่และความมีอารยธรรมของชาติจีนที่มีมาอย่างยาวนาน 

Continue Reading

S mode พื้นฐานการถ่ายภาพที่ความรู้

หนึ่งในโหมดที่ข้ามขั้นไปสู่ผู้ใช้งานกล้องแบบที่ต้องมีความชำนาญในพื้นฐานต่างๆของการปรับค่าพอสมควร แล้วยิ่งกว่านั้นมันคือโหมดที่จะใช้งานค่อนข้างเฉพาะทางมากกว่าโหมด A ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือหมดที่กลับค่าที่ต้องปรับเองด้วยซ้ำ ไม่น่าจะใช้ยากอะไร แต่นั้นคือความเข้าใจทางพื้นฐานเฉยๆ แต่การใช้งานจริงนั้น การที่ให้ปรับค่า speed เองนั้น มีความจำเพาะมากกว่าแบบปรับค่ารูรับแสง ที่ค่อนข้างใช้ไปในทางถ่ายภาพทั่วไป

โหมด S นี้เป็นโหมดที่มีชื่อเต็มว่า Shutter Priority เป็นโหมดที่การทำงานเข้าใจง่ายๆ

จะออโต้ค่ารูรับแสงให้ แล้วให้ช่างภาพนั้นปรับค่าความเร็วชัตเตอร์เอง ซึ่งเราก็ต้องกลับไปดูว่าค่าความเร็วชัตเตอร์นั้นมีผลต่อการถ่ายภาพอะไรบ้าง นั้นก็คือการถ่ายภาพให้มีหรือไม่มีการสันไหว นั้นก็เลยจะเป็นโหมดที่ไม่ค่อยได้ใช้กับการถ่ายภาพทั่วๆไปเวลาไปเที่ยวเท่าไหร่

ส่วนมากแล้วคนใช้กล้องจะรู้สึกอยากใช้ก็ต่อเมื่อเวลาอยากจะใช้ถ่ายภาพอะไรที่เร็วๆอย่างเช่นการถ่ายเกมกีฬา เราก็จะปรับค่ากล้องไว้ที่ความเร็วชัตเตอร์สูงๆเพื่อให้จับภาพทันโดยไม่เกินการสั่นไหวของตัวแบบ แล้วก็อาจจะเป็นการถ่ายกลางคืน ที่ต้องการจำนวนภาพมากกว่าคุณภาพ เพราะการที่ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์สูงๆไว้ กล้องก็จะปรับค่า ISO ให้เราสูงๆเพื่อที่จะได้ภาพสว่างขึ้น นั้นก็อาจจะทำให้เกิดเกรน นั้นแหละจึงเรียกได้ว่าโหมดนี้มีโอกาสใช้งานน้อยกว่าโหมด A ที่การถ่ายการไปเที่ยวทั่วไป

แต่ไม่นานมานี้ผมก็ได้มีโอกาสใช้โหมด S นี้กับการถ่ายการแข่งขันเพ้นบอล ซึ่งทำให้ถ่ายได้ง่ายขึ้นเยอะเลย

อย่างไรก็ตาม โหมดนี้จำเป็นต้องให้ผู้ใช้กล้องมีความรู้พื้นฐานแน่นๆซะก่อน ถึงจะเข้าใจความสำคัญของโหมดนี้ ถึงแม้ว่านานๆทีจะได้ใช้ก็ตาม แต่ว่าเชื่อเถอะว่าได้ใช้สักวันแน่นอน แล้วจะรู้สึกอยากจะขอบคุณกล้องที่ได้สร้างโหมดนี้มา อย่างเช่นเวลาที่คุณพาลูกของคุณไปเที่ยวสวนสนุก บอกไว้เลยว่าตั้งโหมดนี้ค้างไว้เลย แล้วปรับความเร็วชัตเตอร์ไปสัก 1/500 แค่นี้ คุณก็จะได้ภาพที่ใช้ได้ทุกภาพ

Continue Reading