ฟังเพลงสากล

การฟังเพลงนั้นก็ถือว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมยามว่างและเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยทำให้เรานั้นรู้สึกผ่อนคลาย การฟังเพลงนั้นถือเป็นการบำบัดอย่างหนึ่งด้วย ยิ่งถ้าหากการฟังเพลงสากลเราจะได้อะไรมากกว่าการฟังเพลงอย่างแน่นอน

เพราะการฟังเพลงสากลนั้นถือว่าเป็นการเรียนภาษาไปในตัวด้วย ในเพลงมักจะเป็นคำศัพ์ที่สื่ออกมาเป็นคำง่ายๆแต่มีความหมายที่ลึกซึ้ง ดังนั้นแล้วการจะเริ่ฟังเพลงสากลตั้งแต่วันนี้นั้นถือเป็นเรื่องที่ดีและควรฟังอย่างยิ่งเลยทีเดียว

เพลงสากลนั้นเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมและมีผู้ฟังจำนวนมากทั่วทั้งโลกนั่นเองและเพลงโดยส่วนใหญ่นั้นก็มักจะมาจากนักร้องชื่อดังและส่วนมากจะเป็นเพลงที่เป็นภาษอังกฤษ ที่มีการเรียกเพลงเหล่านี้ว่าเพลงสากลนั้นก็อาจจะเป็นเพราะว่าภาษาอังกฤษคือภาษาที่เป็นสากล เมื่อมีการนำภาษาอังกฤษมาร้องเป็นเพลงจึงเรียกว่าเพลงสากลนั่นเอง เพลงสากลนั้นก็เป็นเพลงที่มีหลากหลายแนวสามารถเลือกหาแนวที่ตัวเองชอบฟังได้เลย ไม่ว่าจะเป็น ป๊อป แจ๊ส อาแอนด์บี คลาสสิคเป็นต้น ซ฿งเพลงสากลจะมีลักษณะโดดเด่นและพิเศษกว่าเพลงภาษาอื่นๆก็คือการใช้คำศัพท์ที่มีความหมายที่ลึกซึ้งแต่เป็นภาษาที่สามารถเข้าใจและสื่อถึงอารฒณืของเพลงได้เป็นอย่างดี

ซึ่งการฟังเพลงสากลถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะเมื่อเรามีการฟังเพลงสากลเป็นประจำในทุกๆวันจะมีการซึมซับในเรื่องภาษา เราอาจจะไม่ได้ร้องเพลงได้ในช่วงแรกนั้นแต่เมื่อเรามีการฟังบ่อยๆหรือการฟังในทุกวันมันจะสามารถช่วยให้เรานั้นเรียนรู้หรือฟังภาษาอังกฤษออกได้ บางคนอาจจะคิดว่าเราไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษเราจึงไม่ฟังเพลงสากลเพราะเรานั้นไมรู้ว่ามันแปลว่าอะไรหรือไม่รู้ความหมายของเพลงนั่นเองเพราะในการฟังเพลงของคนเรานั้นนอกจากเพื่อความผ่อนคลายแล้วอาจจะฟังเพื่อเสพเนื้อเพลงและมีการอินไปกับเพลงนั้นๆนั่นเอง 

ดังนั้นแล้วการฟังเพลงสากลนั้นจะสามารถช่วยในเรื่องภาษาของเราได้นั่นเอง เพราะเมื่อเรามีการฟังเพลง เราอาจจะชอบในดนตรีหรือทำนองเพลงก่อนเป็นอันดับแรก โดยที่เรายังไม่ต้องไปรู้ความหมายของเพลงนั้นก็ได้ แต่เมื่อราฟังจนดนตรีของเพลงนั้นเข้าหัวเราแล้วและเราสามารถฮัมเพลงนั้นได้แต่ไม่จำเป็นต้องฮัมถูกต้องอาจจะเป็นการร้องที่ถูกต้องเพียงบางทิ่นเท่านั้น

และเมื่อเราซึมซับกับเพลงเดิมๆมากๆเราก็จะอยากที่จะรู้ความหมายของเพลงนั้นขึ้นมาอย่างอัตโนมัตินั่นเอง ทำให้เมื่อเราอยากรู้เราก็จะค้นหา เมื่อเรารู้แล้วว่าคำนี้นั้นมีความหมายอย่างไรนั่นแหละถิว่าการฟังเพลงของเราได้บรรลุเป้าหมายแล้วนั่นเองและเมื่อเราได้ยินคำศัพท์ที่มีอยู่ในเพลงนี้ที่ไหนนั้นเราจะรู้ได้ทันทีว่ามันพูดและมีความหมายอย่างไรนั่นเอง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันบอลออนไลน์

Continue Reading

อยากถ่ายใกล้ๆก็ใช้ซูมเอาก็ได้ หนึ่งในเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับกล้อง

คงต้องบอกอีกละว่า ข้อนี้ค่อนข้างเป็นอะไรงงๆเช่นเดียวกัน เพราะเอาจริงๆแล้ว การจะคิดเช่นนี้นั้นเป็นอะไรที่ทั้งถูกและผิดในเวลาเดียวกันนั้นเอง เพราะว่า การที่โลกของการถ่ายภาพได้ผลิตเลนส์ขึ้นมาในวงการการถ่ายภาพนั้น แน่นอนว่าเลนส์ชนิดแรกที่เกิดขึ้นมาคือเลนส์ระยะ Normal ที่ได้ภาพเหมือนกับที่ตาเราเห็นและเป็นเลนส์ Prime นั้นก็คือเลนส์ที่ปรับช่วงไม่ได้  

เมื่อก่อนทำได้เพียงแค่นั้น ต่อมาถึงจะมีการทำเลนส์ Tele ออกมาเพราะว่ามันก็เป็นเทคโนโลยีที่มีมานานมากแล้วนั้นคือกล้องส่องทางไกลยยังไงล่ะ ดัดแปลงแค่นิดหน่อยก็ได้ล่ะ แต่กับเลนส์ wide นั้นก็เป็นเลนส์ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาทีหลัง นั้นก็เพราะว่าเป็นเทคโนโลยีที่ยังไม่เคยมีบนโลก และสุดท้ายคือการคิดค้นเลนส์ซูมขึ้นมานั้นเอง สิ่งที่เราต้องรู้นั้นก็คือเลนส์แต่ละชนิดที่พูดถึงนั้นมีอยู่สองเรื่อง นั้นก็คือระยะการถ่าย กับ มุมการรับภาพ เรียกได้ว่ามีเรื่องของแนวแกนแนวพุ่งออกจากตัว และแนวแกนขนานกับตาเรานั้นเอง ซึ่งทั้งสองเรื่องทำให้ข้อที่เราจะพูดถึงนี้แตกต่างกันนั้นเอง

การอยากถ่ายใกล้ๆก็ใช้ซูมเอาก็ได้มันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ถ้าพูดถึงแค่ในกรณีแกนแนวพุ่งออกจากตัวอะนะ เพราะว่ามันก็เมคเซ้นต์อยู่แล้ว ที่การซูมทำให้เหมือนเราได้เข้าใกล้กับตัวแบบมากขึ้น แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของแกนแนวขนานกับตาเรานั้นไม่เหมือนกันเลย ก่อนอื่นก็พูดถึงเลนส์ซูมก่อนเลย เลนส์ซูมคืออะไร ก็คือเลนส์ที่มีหลายช่วงระยะ นั้นหมายถึง ภาพ wind ภาพ normal ภาพ tele อยู่ในตัวเดียวกัน เพื่อเพิ่มการอำนวยความสะดวกไม่ต้องเปลี่ยนเลนสืไปมานั้นเอง ต่อมา ภาพของแต่ละช่วงนั้นมีเอกลักษณ์ของมันเอง อย่างภาพ wide ก็มีองศาการรับภาพที่บานออก ทำให้แบบบานออกด้วยเช่นกัน ส่วน Tele นั้น

เป็นองศาการรับภาพแบบแคบเข้ามา ทำให้แบบนั้นแคบลงด้วยเช่นกัน นั้นทำให้ภาพที่ได้จากสองช่วงนี้ไม่เหมือนกันเลย แล้วถ้าเราจะมาบอกว่า อยากถ่ายใกล้ก็ซูมเข้าไปสิ จากระยะ Wide นั้นอาจจะกลายเป็น Tele ก็เป็นได้ ภาพนั้นก็ไม่มีทางเหมือนกันอย่างแน่นอน กับการที่ใช้เอกลักษณ์ภาพ Wide เหมือนเดิมแต่เดินไปใกล้ๆแบบ กับการใช้ Tele แต่ยืนที่เดิม

ดังนั้นแล้ว ต้องถามก่อนว่าอยากได้ภาพแนวไหนอยากถ่ายใกล้พอดีเต็มตัว ถ้าถ่ายด้วยระยะ Wide ใกล้ๆในแนวตั้งจะทำให้ขายาวขึ้น ถ้าถ่ายในแนวนอนจะทำให้แบบอ้วนขึ้น แต่ถ้าถ่ายด้วยระยะ Tele ให้ได้ภาพเต็มตัวเหมือนกันนั้น กลับได้แบบที่เสมือนตัวจริง ไม่อ้วนไม่ยาวขึ้นเลยนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  สมัครคาสิโนออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

Continue Reading

ใช้แสงเป็นการเล่าเรื่องของนางแบบได้มากขึ้น

ใช้แสงเป็นการเล่าเรื่องของนางแบบได้มากขึ้น หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่คล้ายกับเรื่องใช้ข้อดีของการที่ไม่มีสีมารบกวนสายตาเช่นเดิมแหละ แต่กเราจะลงลึกไปในการใช้เทคนิคของการเล่นแสง เพราะว่าการใช้แสงในภาพขาวดำนั้น มีความหมายและอารมณ์ที่แตกต่างกับภาพสีที่ใช้แสงและเงาเช่นกัน การใช้แสงเป็นองค์ประกอบหลักในการเล่าเรื่องนั้น ในภาพสีและภาพขาวดำ ต้องบอกเลยว่าได้ผลลัพท์ที่คนละเรื่องได้เลยล่ะ อย่างการใช้แสงหม่นในภาพขาวดำ ก็ให้อารมณ์ของความเข้มแข็งก็ได้ แต่ถ้าเป็นภาพสีเมื่อไหร่ สีจะมีผลอย่างมาก สีเขียวหม่น สีแดงหม่น สีเหลืองหม่น ก็ให้ความหมายที่ต่างกัน ดังนั้นถ้าจะใช้ภาพสีเล่าเรื่องก็จะเป็นเรื่องลำบากกว่าหน่อยแหละ ภาพขาวดำจะเล่นเรื่องนี้ได้ง่ายกว่า และตรงกว่าอย่างมาก

แสงนั้น มีความแตกต่างของลักษณ์แสงต่างกันไปด้วยเช่นกัน แสงแข็ง แสงอ่อน แสงนุ่ม ก็ย่อมให้อารมณ์ที่ต่างกัน การที่เล่นกับแสงนั้นก็เลยเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่เราจัดแสงทามทิศทางต่างๆ ไม่ต้องสนใจเรื่องสีมาก จะเป็นแสงขาวหรือแสงเหลือง ก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรมาก เพียงแต่เราต้องหามุมของแสง และฉากที่แสงกระทบ ไล่เฉดให้ได้ตามโจทย์ของเรา เพียงเท่านี้ก็ได้ภาพที่สื่อถึงเรื่องราวได้เลย ลองได้จากการจัดแสงทิศทางต่างๆของตัวแบบ โดยให้ตัวแบบนั้นอยู่เฉยๆก็ได้ จะเห็นได้ว่า ความเข้มของแสง

และทิศทางของแสงนั้นจะเป็นตัวที่ทำให้เกิดความหายของภาพที่แตกต่างกันไป การสาดเข้าด้านข้างหม่นๆเปรียบเสมือนเรื่องราวที่มีความลึกลับ แต่ถ้าแสงด้านข้านเปลี่ยนเป็นแสงเข้มก็จะกลายเป็นภาพที่สื่อถึงความขรึม เด็ดเดี่ยว อะไรทำนองนี้ ซึ่งการเล่าเรื่องนั้นก็คือการที่ช่างภาพใช้เทคนิคของแสงเข้าช่วยนั้นเอง นี่คือความสุดยอดของแสงที่ใช้ในการเล่าเรื่อง และนางแบบที่สร้างอารมณ์ร่วมกับสภาพแสงนั้นได้ ก็จะยิ่งการเล่าเรื่องนั้นชัดเจนมากขึ้น นี่คือข้อได้เปรียบของการเล่นแสงในภาพขาวดำ ที่ทำได้ดีกว่าภาพสีอย่างมาก จะเรียกว่าดีกว่าก็ไม่ถูกมากหรอก แต่ว่าเป็นการเล่าเรื่องโดยตรง ถ้าเป็นภาพสีมันจะเป็นการบอกถึงสิ่งอื่นมากกว่าการเล่าเรื่อง

การจะเล่นแสงเงาแบบนี้ได้ง่ายๆ เราก็มีเพียงแหล่งแสง ถ้าเป็นแหล่งแสงธรรมดา พวกหลอดไฟ ก็จะเล่นความเข้มแสงได้ยากสักหน่อย แต่ถ้ามีแหล่งแสงสำหรับการถ่ายสตูดิโอโดยเฉพาะก็เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากๆสำหรับการเล่นแสง 

 

 

สนับสนุนโดย   หวยออนไลน์บาทละ 900

Continue Reading

หนึ่งในเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับกล้อง

ห้ามฟอร์แมทเมมกล้อง หนึ่งในเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับกล้อง

เรื่องของกล้องถ่ายรูปนั้นมันก็มีเรื่องยุ่งยากเยอะแยะมากมายจริงๆอยู่ แล้วหนึ่งในเรื่องโปรดที่จะทำให้ตากล้องงงกันหน่อย ก็คือเรื่องของเมมกล้อง เพราะมันมีเรื่องของเทคโนโลยีเต็มไปหมดเลย ทั้งแบบใหม่และแบบเก่า เล่นเอาหัวหมุน นี่ยังมีเรื่องของแบรนด์เมมกล้องแบบที่มีกันเกลือนตลาด แต่ละแบรนด์ก็ใช้คำศัพท์ที่แตกต่างกันออกไปอีก ตากล้องนั้นมีทั้งตากล้องยุคใหม่และยุคเก่า คนยุคใหม่ก็พอจะเข้าใจได้ง่ายอยู่หลอก

เพราะเพิ่มมาศึกษา แต่คนยุคเก่านี่สิ ก็เขาถ่ายรูปฟิล์มมายาวนาน ให้มาจับกล้องดิจิตอลที่มีเทคโนโลยีสูงๆ มันก็ลำบากเขาเหมือนกันนะ ต้องมาเรียนรู้อะไรต่างๆจากเมมอีก ถึงอย่างนั้นแล้วก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ ก็ต้องศึกษาอยู่ดี เพราะถ้าเจอร้านขายอุปกรณ์กล้องต่างๆที่ไม่มีจรรยาบรรณแล้วล่ะก็ จะทำให้เสียเงินเสียทองไม่จบสิ้นแน่ๆ เรื่องของเมมนี้ก็เช่นกัน ช่างวุ่นวายจริงๆ

ในยุคมี่เทคโนโลยีเกิดขึ้นใหม่ๆกันแบบวันต่อวัน เจ้าเมมกล้องนี้ก็เช่นกัน มันมีอะไรที่ต้องระวังอยู่ แต่พอบางครั้งเทคโนโลยีใหม่มา ก็อาจจะไม่ต้องระวังมันแล้วก็เป็นได้ อะไรทำนองนี้แหละ เมมกล้องนั้นมีความละเอียดอ่อนอย่างมากในเรื่องของความเร็ว ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความจุนะ ความจุใครๆก็ทำได้ ใครๆก็ซื้อได้ มันต่างกันเพียงราคา แล้วความจุเยอะน้อยก็ไม่ค่อยต้องกังวลอะไร

เพราะมันก็พอกได้หลายอัน แต่สิ่งที่ส่งผลโดยตรงนั้นคือความเร็วในการเขียนและอ่าน ไม่เช่นนั้นแล้วต่อให้กล้องดีขนาดไหน ก็ทำให้เราถ่ายรูปได้ช้าอยู่ดีนะ และลองคิดดูเหล่าผู้ผลิตก็ผลิตออกมาอย่างมหาศาล เพราะแย่งกันขาย พอเทพโนโลยีใหม่ออกมา ของเก่าก็เกลือนตลาด ต้องลดราคาขายทิ้งไป แล้วตรงจุดนี้แหละที่จะโดนพ่อค้าหลอกขายกันเพราะความไม่รู้ถึงเทคโนโลยีของตากล้องบางกลุ่มนั้นเอง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ระวังกันไว้ด้วย

ส่วนเรื่องของการฟอแมทเมมนั้น ก็เข้าใจกันผิดอยู่สองเรื่องใหญ่ๆ เพราะบางคนคิดว่าฟอแมทแล้วจะทำให้เมมเสียบ่อย จริงๆแล้วข้อนี้เข้าใจผิดกันมาอย่างยาวนาน เพราะมันไม่เคยมีแบบนั้นมาก่อน ยังไงก็ตามยิ่งฟอแมทยิ่งดี เพราะมันช่วยล้างอะไรที่ไม่สมควรอยู่ในเมมได้ แล้วสุดท้าย ที่เข้าใจผิดกันเยอะที่สุดคือ การฟอแมทเมมจะทำให้ข้อมูลการตั้งค่าต่างๆนั้นหายไป นั้นก็ไม่ใช่เลย มันต้องแยกก่อนนะ

กล้องเราจะจำทุกอย่างในหน่วยความจำของกล้อง ไม่ใช่เมม เพราะฉะนั้นเมมฟอแมทได้ แต่ กล้องบางรุ่นมีฟังชั่นพิเศษที่จะใส่ไว้ในเมม อันนั้นก็หายได้ ต้องเอามาแบกอัพในคอมไว้ก่อน เพียงแค่นั้น เอาเป็นว่า หาทางฟอแมทให้บ่อยๆ เพื่อรักษาอายุเมมไว้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่า sa gaming

Continue Reading

ใช้ขาตั้งกล้องแล้วไม่ต้องใช้กันสั่น

ใช้ขาตั้งกล้องแล้วไม่ต้องใช้กันสั่น ภาพต้องชัด หนึ่งในเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับกล้อง

เริ่มด้วยการที่เราจะมาพูดถึงระบบกันสั่นว่ามีไว้ทำไม แน่นอนตามชื่อมัน มันเป็นระบบที่เพิ่มเข้ามาในกล้องรุ่นใหม่ๆ ให้สามารถกันสั่นได้ คือช่วยเราได้ระดับหนึ่งแหละ อ้าว ก็มีคำถามเพิ่มขึ้นมาว่า แล้วถ้าเราใช้ขาตั้งกล้องก็ไม่ต้องใช้ระบบกันสั่นก็ได้นี่นา ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่า มันเมคเซ็นมากๆที่จะคิดอย่างนั้นได้ ก็จริงๆอ่ะ เพราะว่าระบบกันสั่นไว้ช่วยแก้ปัญหามือเรา แล้วถ้าไม่ได้ใช้มือ ใช้ขาตั้งกล้องที่นิ่งมากๆอยู่แล้ว ก็ตามนั้นแหละ ใช่ครับ ต้องบอกเลยว่าเข้าใจกันถูกแล้วส่วนหนึ่ง ตามที่มันเมคเซ็นแบบนั้นเลย แบบว่าจะได้ไม่ต้องเปลื่องแบตด้วย เพราะระบบกันสั่นนี่มันก็ต้องการพลังงานเยอะอยู่นะ แต่นั้นแหละครับ อย่างที่บอก ถูกส่วนหนึ่ง แต่มันจะมีบางกรณีที่ ขาตั้งกล้องก็ยังช่วยได้ไม่พอเหมือนกัน เรามาดูกันว่าในกรณีใด

ครับอย่างที่บอก จะมีบางกรณีที่เราควรจะเข้าใจไว้ด้วยว่า มันเป็นกรณีที่ขาตั้งกล้องเอาไม่อยู่ ซึ่งส่วนมาแล้วจะเกิดขึ้นกับกล้องระบบ DSLR นั้นเอง หรือกล้องระบบเก่ายิ่งกว่านั้นพวกกล้องฟิล์ม และก็ยังกล้องพวกกล้องใหญ่ๆอย่างกล้อง medium format อีก พวกนี้ ถ้าเป็นระบบ SLR แล้วล่ะก็ แต่นอนว่าจะต้องมีบานพับกระจกกระแทกขึ้นลงเป็นปกติของระบบมันนั้นเอง ซึ่งแบบนี้จะทำให้เกิดการสั่นที่ตัวกล้องอย่างแน่นอน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความแรงของกระจกแต่ละยี่ห้อหรือแต่ละรุ่นด้วยแหละ บางตัวอาจจะเบาพอสมควร อย่างกล้องระบบ SLR ที่เป็น Medium format ละก็นะ อันนี้รุนแรงมากๆเลย ถ่ายที ยังกับมีอะไรกระแทกกันอย่างแรง จนมือสั่นเลยล่ะ เพราะฉะนั้นแล้วตรงจุดนี้ ตัวกันสั่นในกล้องก็ช่วยได้บ้าง แต่อย่างว่า ถ้ากล้องฟิล์ม รุ่นที่ยังไม่มีกันสั่นก็คงหมดหวังไป

อีกอย่างหนึ่ง นั้นก็คือการใช้เลนส์เทเล ที่เป็นระยะที่ไกลมากๆ แล้วถ้าแสงไม่ค่อยมีละก็ มีสิทธิ์ที่จะมีการโยกสูงมากๆ เพราะว่าระยะพวกนี้มันยาวมากๆ ในหลายๆครั้งกันสั่นจากตัวกล้องเองก็ยังช่วยไม่ไหวเลย บางสถานการณ์ก็ต้องใช้ทั้งกันสั่นกล้องและขาตั้งกล้องด้วยเลยจะยอดเยี่ยมมากๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าไม่ได้หวงเงินมาก ก็ซื้อแบตสำรองไว้แหละ ง่ายดี จะได้ไม่ได้ต้องเป็นห่วงเรื่องการปิดกันสั่น เปิดทิ้งไว้นั้นแหละ จะได้ไม่ต้องคิดมากว่าต้อนไหนปิดตอนไหนเปิดดี

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

Continue Reading

การสร้างสรรค์บนกำแพง 

Graffiti หรือว่าผลงานแนว Street Art ที่มีการพ่นผนังมากมายอยู่ในตามสถานที่ต่างๆไม่ว่าสถานที่รกร้างหรือสถานที่ที่มีชุมชนอยู่เป็นการแสดงความคิดเห็นระบายออกมาเป็นภาพวาดภาพเขียนตามฝาผนังต่างๆและที่สำคัญในปัจจุบันมีการสนับสนุนอย่างมาก

เพื่อให้ศิลปินเหล่านี้มีช่องทางในการทำมาหากินช่องทางในการทำมาหากินก็คือการที่มีคนเห็นผลงานเราแล้วมีการว่าจ้างให้ไปพ่นตามสถานที่ต่างๆเทคนิคต่างๆมีมากมายเช่นการพ่นสีกำแพงโดยใช้สเปรย์กระป๋องการผสมสีต่างๆที่เกิดจากฝุ่นของสีไปกระทบบนผนังต้องอาศัยทักษะการเรียนรู้และการฝึกฝนมาเป็นระยะเวลานานในการมองสีให้ออกและการร่างแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองการตัดเส้นทำให้ผลงานของตัวเองเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเหล่านี้เป็นเทคนิคที่สามารถเรียนรู้ได้โดยอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

หรือไม่จะเป็นการใช้สีทาบ้านที่มีกระป๋องเล็กและความทนทานในการสร้างสรรค์ผลงานออกมาไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยและต่างประเทศอาชีพนี้ก็ถือว่าเป็นอาชีพที่วัยรุ่นหลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมากโดยกลุ่มส่วนใหญ่ที่ดีเริ่มอันนี้จะเป็นกลุ่มนักเล่นสเก็ตสร้างอาณาเขตของตัวเองในการบ่งบอกว่าสถานที่ตรงนี้เป็นของกลุ่มไหนจะมีการสร้างสรรค์ผลงานออกมาแข่งกันและในการขยายอาณาเขตของตัวเองนั้นก็มีการวาดทับหรือสร้างสรรค์ผลงานโดยลบของคนอื่นออกในประเทศไทยไม่ใช่ว่ามีแต่การกีดกันเท่านั้น

การสร้างสรรค์ผลงานอันนี้ในจังหวัดเชียงใหม่มีการสนับสนุนและสร้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่รวมเหล่าวัยรุ่นที่มีความรักในช่องทางนี้เข้ามาร่วมแสดงผลงานต่างๆโดยทางหน่วยงานจะจัดสถานที่ไว้ให้แล้วก็คือกำแพงของอาคารต่างๆเพื่อให้เหล่าศิลปินได้แสดงผลงานของตัวเองและผู้เข้าชมก็จะมาดูในตอนที่ผลงานเหล่านั้นเสร็จใกล้ที่สุดที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่สร้างจุดที่เคยมีแต่ความว่างเปล่าให้กระตุ้นเศรษฐกิจตรงนั้นฟื้นคืนเป็นแหล่งเศรษฐกิจแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่นี่คือทำให้ในจังหวัดเชียงใหม่มีความพัฒนาเป็นอย่างมาก

เพราะว่าโดนใจวัยรุ่นที่อาศัยอยู่แถวนั้นไม่จำเป็นต้องไปแอบสร้างสรรค์ผลงานตามสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นตึกร้างที่ผู้คนทิ้งเอาไว้หรือผู้รับเหมาสร้างไม่เสร็จ หรือแม้แต่สถานที่ที่ธนาคารได้ทำการยึดไปตั้งแต่ปี 40 ที่เกิดเหตุการณ์ฟองสบู่แตก และที่โด่งดังในกรุงเทพฯนะก็คือเสาร์ที่สร้างรถไฟฟ้ามีผู้ไปทำการสร้างสรรค์ผลงานเป็นอย่างมากหลากหลายแนวไม่ว่าจะเป็นภาพที่เหมือนจริงเข้าไปสู่กำแพงหรือเสาขนาดใหญ่และภาพที่แสดงออกทางการเมืองทางสังคมเสียดสีต่างๆก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไปนั่น

ก็เป็นสถานที่ใหม่ที่ผู้คนได้ไปถ่ายรูปการเกิดแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มมากยิ่งขึ้น แต่บางครั้งจำเป็นต้องมีการกำหนดขอบเขต ในการทำงานศิลปะนี้ออกมาเพราะว่าบางครั้งอาจจะไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็ได้หากไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ แต่อย่างที่รู้กันในปัจจุบันมีหน่วยงานหลายหน่วยงานภายยาวร่วมมือกับศิลปินเหล่านั้นเพื่อสร้างสรรค์ผลงานออกมามากมายสู่ประชาชนให้ได้รับชมกันและสร้างศิลปินรุ่นใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง 

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย   เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

Continue Reading

ทำไมต้องเข้าใจผลงานทางศิลปะ

ทำไมเราจะต้องเข้าใจในผลงานที่เกี่ยวกับทางด้านของศิลปะด้วยนะ?

ศิลปะมีหลากหลายแขนงมาก เช่น ภาพวาด ภาพถ่าย ภาพยนตร์ ดนตรี นาฏศิลป์ ฯลฯ คราวๆคือศิลปะนั้นถูกแสดงออกและถ่ายทอดออกกมาจากแนวความคิดของผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานนั้นออกมา ในศิลปะแต่ละประเภทจะมีวิธีการแสดงความรู้สึกสื่อความหมายที่แตกต่างกันออกไป ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถเข้าใจศิลปะได้ทุกแขนงอย่างลึกซึ้ง อย่างเช่น ภาพยนตร์ เป็นศิลปะที่ผสมผสานหลายแขนงมาไว้รวมกัน

ทั้งทางมุมภาพจิตรกรรม บทแสดงทางด้านวรรณกรรม รวมไปถึงเสียงประกอบที่มาจากด้านของดนตรี หากใครที่ไม่ได้มีแนวคิดที่จะศึกษาศิลปะ การรับชมภาพยนตร์นั้นจะเป็นเพียงแค่การได้รับความสุข ความผ่อนคลายเท่านั้น แต่ในสำหรับคนที่ต้องการหาองค์ประกอบทางศิลป์ในภาพยนตร์นั้นจะมีแนวคิดขึ้นมาหลากหลายอย่าง

การวิเคราะห์คำพูดของตัวละคร

การวิเคราะห์ความหมายของมุมภาพ สีของภาพ และเพลงประกอบที่นำมาใช้ ว่าสิ่งเหล่านี้นั้นมีความเชื่อมโยงหรือสอดคล้องกันอย่างไรบ้าง หรือแม้กระทั่งงานนาฏศิลป์ ที่เห็นได้อย่างชัดเจนนั้นก็ การรำด้วยทวงท่าต่างๆ นั้นไม่ใช่เพียงท่าทางที่สวยงามเท่านั้น แต่ท่ารำในศิลปะแขนงนาฏศิลป์นั้นมีความหมายทั้งสิ้น การเลือกท่าทางมาใช้นั้นก็จะขึ้นกับเพลงที่นำมาใช้ในการแสดงอีกที ว่าบทเพลงนั้นต้องจะสื่อสารหรือเล่าอะไรให้ผู้ได้รับรู้ นอกจากนี้ยังมีการแต่งกายที่สวยงาม หากบอกผิวเผินไม่ได้ใส่ใจก็คงจะมองว่าแค่สวยเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วการแต่งกายนั้นก็แฝงไปด้วยงานศิลปะ

การเลือกสีมาใช้

การเลือกลายที่ปักลงในเนื้อผ้านั้นก็มีความหมายอีกเช่นเดียวกัน เพราะเช่นนั้นหากเรามีการเรียนรู้และการทำความเข้าใจในผลงานทางศิลปะแต่ละชนิดนั้น จะทำให้ตัวเราเองเป็นคนที่ช่างสังเกต กล้าคิดกล้าทดลอง รู้จักการใช้เหตุผลและหลักการในการวิเคราะห์แยกแยะ หลายคนอาจจะตั้งคำว่า แล้วทำอย่างไร ถึงจะสามารถวิเคราะห์งานศิลปะได้

อันดับแรกคุณต้องทำการค้นหาตัวของคุณเองก่อนว่า คุณมีความสนใจศิลปะในด้านไหน แล้วลองไปเสพหรือดูผลงานของศิลปะด้านนั้น เช่น ชอบศิลปะด้านภาพวาด คุณลองไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะหรือหอศิลป์ ที่รวบรวมผลงานศิลปะเอาไว้หลากหลายแบบ รวมถึงภาพวาด ภาพวาดทุกภาพจะมีคำอธิบายให้คุณได้อ่านและทำความเข้าใจ

แต่ถ้าหากคุณอยากจะเข้าใจมันด้วยตัวเอง ก็แค่ลองยืนมองดูภาพนานขึ้นมาหน่อย เพราะปกติแล้วคนทั่วไปดูแล้วเดินผ่านไปเลย หลังจากนั้นคุณก็พยายามมองให้ทั่วภาพ และลองนำมาคิดวิเคราะห์ถึงลายเส้น สีที่ใช้ในการสร้างผลงาน แล้วคุณค่อยเข้าไปอ่านคำอธิบายของภาพๆนั้น ไม่ว่าผลจะเป็นจะเป็นเช่นไรนั้นไม่มีความผิด ถึงแม้ว่าเราจะเห็นภาพนั้นมีความหมายไม่ตรงกับคำอธิบายของภาพที่แท้จริง นั้นเท่ากับว่าคุณได้ทำการฝึกที่จะสังเกตและวิเคราะห์มันโดยใช้จินตนาการแล้ว หากทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆเชื่อเถอะว่าคุณจะสามารถวิเคราะห์มันได้อย่างถูกต้อง แนวความคิดนี้สามารถใช้ได้กับศิลปะทุกแขนงเช่นเดียว

 

 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก ทดลองเล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

Continue Reading

Fujicolor C200 หนึ่งในฟิล์มที่มือใหม่ควรหามาลอง

หนึ่งในฟิล์มเริ่มต้นที่เหล่ามือใหม่ที่สนใจจะเล่นฟิล์มควรหามาลองกัน

ซึ่งฟิล์มของค่ายนี้จากชื่อคงรู้กันดีว่าเป็นฟิล์มแบรนด์ญี่ปุ่น ที่เรียกได้ว่าโด่งดังที่สุดแล้วล่ะ ทำออกมาได้ไม่แพ้ค่ายต่างๆของประเทศตะวันตกกันเลย บางท่านจะรู้สึกว่าชอบมากว่าฟิล์มของทางตะวันตกด้วยซ้ำ นั้นอาจเป็นเพราะว่าญี่ปุ่นก็อยู่แทบเอเชีย สีอาจจะตรงใจคนไทยมากกว่า แต่นั้นก็ไม่เสมอไปหรอก สำหรับผม ผมยังชอบแนวติดเหลืองของ Kodak มากกว่า แล้วแต่สไตล์คนจริงๆเรื่องฟิล์ม มาบอกว่าตัวไหนดีกว่าตัวไหนไม่ได้หรอก

ฟิล์มตัวนี้เป็น ตัวที่เรียกว่าเป็นพื้นฐานที่สุดของค่าย Fujicolor แล้วก็เป็นคู่แข่งสำคัญของ Kodak Colorplus ซึ่งทั้งสองตัวนี้ถือว่าให้รายละเอียดที่ใกล้เคียงกันมาก จะแตกต่างที่โทนสีของ Fujcolor c200 นั้นจะติดเขียว นั้นทำให้ภาพที่ได้จะเป็นอารมณ์เย็นๆมากว่าฟิล์มโทนติดเหลืองนั้นเอง ถ่ายในร้านกาแฟ หรือ ป่า น่ะ ได้อารมณ์ชิวๆเป็นอย่างดีเลย ค่า ISO ก็ได้ 200 เท่ากับคู่แข่งเขา ซึ่งถือว่า ISO 200

นี่เป็นความไวแสงพื้นฐานของการถ่ายภาพสมัยนี้เลยก็ว่าได้ แล้วค่ายนี้ก็มีอะไรที่รู้สึกว่าจะดีกว่าค่ายตะวันตกตรงที่ หลายๆครั้งถ้าใส่ฟิล์มดีๆจะถ่ายภาพได้มากกว่าหนึ่งภาพทำให้เหมือนได้กำไรมาหนึ่งรูปนั้นเอง

อันนี้ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองรึปล่าวนะ แต่ก็นะถึงแม้ว่าจะเป็นฟิล์มที่มีคุณภาพเท่ากับ Colorplus ก็จริงแต่ราคากลับสูงกว่าทำให้คนไปเล่น Colorplus ซะมากกว่า สำหรับคนที่ไม่ชอบติดเหลือง ยังไงๆก็คงปักใจกับฟิล์มค่ายนี้มากกว่า

ฟิล์มแต่ละตัวนั้นมีโทนสีและความละเอียดแตกต่างกันควรเลือกใช้ให้ตรงกับความชอบแล้วก็ตรงกับที่ๆเราจะไปถ่าย

อย่างเช่นการไปถ่ายช่วงแสงตอนเย็นที่แสงสาดเป็นสีเหลืองทอง ถ้าเกิดเลือกใช้ฟิล์ม Kodak Colorplus ก็อย่างทำให้เหลืองเกินไป เป็นต้น ดังนั้นอย่างที่กล่าวไปว่า การเลือกฟิล์มจะมาถามคนนู้นคนนี่ว่าตัวไหนดี คงตอบยาก อาจจะตอบได้เพียงว่าตัวนี้เหมาะกับถ่ายระดับไหน เท่านั้น แล้ว Fujicolor C200 ตัวนี้ ก็เหมาะกับถ่ายทั่วๆไปในทุกๆโอกาสนั้นเอง

 

 

สนับสนุนบทความโดย แทงมวยสด

Continue Reading

ศิลปะจีน ที่น่าสนใจ

ถ้าหากพูถึงอารยธรรมที่มีมาอย่างยาวนานนั้นประเทศจีน

เป็นอีกประเทศหนึ่งมีประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน ประเทศจีนถือเป็นอีกประเทศที่มีทั้งเนื้อที่ของประเทศที่ขนาดใหญ่และมีประชากรมากที่สุดในโลก ประวัติศาสตร์จีนนั้นเป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้เพราะว่านอกจากจะมีประวัติการปกครองที่ยาวนานแล้ว

แต่ด้วยความใหญ่ของเนื้อที่ประเทศทำให้ลักษณะของแต่ล่ะภูมิภาคนั้นก็ย่อมความแต่แตกต่างกัน ประวัติศาสตร์ ศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรมของจีนมีความาแข็งแกร่งมากแล้วยัง ถูกเผยแพร่ศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรม ออกไปทั่วโลก หากพูดถึงประเทศจีน สิ่งที่สัญญาลักษณ์ของประเทศที่ทำให้รู้ได้ทันทีนั่นก็คือมังกรและจีนได้รับฉายาว่าเป็นดินแดนมังกร

เพราะว่าคนในประเทศจีนเชื่อว่ามังกรเป็นสัตว์วิเศษเป็นเทพบนสวรรค์ เป็นของชั้นสูง ถูกได้รับการบูชาและให้ความเคารพแก่มังกร ดังนั้นภาพวาด รูปปั้น ของมังกรนั้นก็ได้ถูกทำไปวาดไปปั้น

 

เพื่อตกแต่งตามสถานที่ที่สำคัญ เช่น ตามพระราชวัง วัด หรือแม้แต่เป็นบนบันลังก์ของพระราชาในอดีตก็เช่นเดียว โดยบันลังก์มีชื่อเรียกว่า “บังลังก์มังกร” เพราะมังกรถือเป็นตัวแทนของความยิ่งใหญ่และพลังอำนาจ 

ศิลปะการวาดภาพโดยพู่กันจีนนั้น ถือเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของชาติจีนเลยก็ว่าได้ พู่กันยังเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในจีนสมัยอดีต เพราะเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการวาดเขียนของ การที่จะวาดเขียนบนพู่กันได้นั้น ต้องมีความชำนาญและต้องฝึกฝนการใช้พู่กันก่อน

ดังนั้นจีนจึงมีศาสตร์ที่เรียกว่า ศิลปะการเขียนพู่กันจีน

ด้วนความที่การใช่พู่กันน้ันไม่ได้ง่าย ผู้ที่ต้องการจะฝึกฝนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหมั่นฝึกฝนเพื่อเพิ่มความชำนาญให้กับตนเอง และการวาดด้วยพู่กันนั้นก็ถือว่าเอกลักษณ์และมีเสน่ห์อย่างยิ่ง บ่งบอกถึงความเป็นศิลปะของจีนได้อย่างดี หากนึกถึงการวาดแบบพู่กันก็จะนึกจีนเป็นทันทีเลย 

ประวัติศาสตร์การวาดภาพแบบจีนนั้นค่อนข้างที่จะมีมาอย่างยาวนาน เพราะได้ถูกค้นพบได้ตามเครื่องเครือบดินเผาที่มีอายุราวๆ 5,000-6,000 ปีในประเทศจีน ส่วนใหญ่เป็นลวดลายที่เกิดจากธรรมชาติ ลวดลายของดอกไม้ พืช สัตว์

สิ่งทอเครื่องใช้ และการตกปลาล่าสัตว์ ที่สะท้อนให้เห็นได้ถึงวิถีชีวิตการเป็นอยู่ของคนในสมัยอดีตที่บอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ผ่านทางการวาดภาพ ในปีค.. 1949 ชุดภาพวาดบนผืนผ้าได้ถูกค้นพบขึ้นในจีน มีทั้งรูป คน สัตว์ สิ่งของ มังกร หงษ์

ในสุสานของอดีตกษัตริย์แห่งรัฐฉุ่ในสมัยจ้านกั๋ว หรือเมื่อประมาณ 475 ปีการคริสต์กาล

ถือว่าภาพวาดที่ถูกค้นพบที่เมืองฉางซาแห่งนี้เป็นภาพวาดที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุด ที่ถูกค้นพบขึ้นในจีน สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการบอกเล่าถึงอดีตให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ ถึงความเป็นอยู่และความมีอารยธรรมของชาติจีนที่มีมาอย่างยาวนาน 

Continue Reading

S mode พื้นฐานการถ่ายภาพที่ความรู้

หนึ่งในโหมดที่ข้ามขั้นไปสู่ผู้ใช้งานกล้องแบบที่ต้องมีความชำนาญในพื้นฐานต่างๆของการปรับค่าพอสมควร แล้วยิ่งกว่านั้นมันคือโหมดที่จะใช้งานค่อนข้างเฉพาะทางมากกว่าโหมด A ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือหมดที่กลับค่าที่ต้องปรับเองด้วยซ้ำ ไม่น่าจะใช้ยากอะไร แต่นั้นคือความเข้าใจทางพื้นฐานเฉยๆ แต่การใช้งานจริงนั้น การที่ให้ปรับค่า speed เองนั้น มีความจำเพาะมากกว่าแบบปรับค่ารูรับแสง ที่ค่อนข้างใช้ไปในทางถ่ายภาพทั่วไป

โหมด S นี้เป็นโหมดที่มีชื่อเต็มว่า Shutter Priority เป็นโหมดที่การทำงานเข้าใจง่ายๆ

จะออโต้ค่ารูรับแสงให้ แล้วให้ช่างภาพนั้นปรับค่าความเร็วชัตเตอร์เอง ซึ่งเราก็ต้องกลับไปดูว่าค่าความเร็วชัตเตอร์นั้นมีผลต่อการถ่ายภาพอะไรบ้าง นั้นก็คือการถ่ายภาพให้มีหรือไม่มีการสันไหว นั้นก็เลยจะเป็นโหมดที่ไม่ค่อยได้ใช้กับการถ่ายภาพทั่วๆไปเวลาไปเที่ยวเท่าไหร่

ส่วนมากแล้วคนใช้กล้องจะรู้สึกอยากใช้ก็ต่อเมื่อเวลาอยากจะใช้ถ่ายภาพอะไรที่เร็วๆอย่างเช่นการถ่ายเกมกีฬา เราก็จะปรับค่ากล้องไว้ที่ความเร็วชัตเตอร์สูงๆเพื่อให้จับภาพทันโดยไม่เกินการสั่นไหวของตัวแบบ แล้วก็อาจจะเป็นการถ่ายกลางคืน ที่ต้องการจำนวนภาพมากกว่าคุณภาพ เพราะการที่ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์สูงๆไว้ กล้องก็จะปรับค่า ISO ให้เราสูงๆเพื่อที่จะได้ภาพสว่างขึ้น นั้นก็อาจจะทำให้เกิดเกรน นั้นแหละจึงเรียกได้ว่าโหมดนี้มีโอกาสใช้งานน้อยกว่าโหมด A ที่การถ่ายการไปเที่ยวทั่วไป

แต่ไม่นานมานี้ผมก็ได้มีโอกาสใช้โหมด S นี้กับการถ่ายการแข่งขันเพ้นบอล ซึ่งทำให้ถ่ายได้ง่ายขึ้นเยอะเลย

อย่างไรก็ตาม โหมดนี้จำเป็นต้องให้ผู้ใช้กล้องมีความรู้พื้นฐานแน่นๆซะก่อน ถึงจะเข้าใจความสำคัญของโหมดนี้ ถึงแม้ว่านานๆทีจะได้ใช้ก็ตาม แต่ว่าเชื่อเถอะว่าได้ใช้สักวันแน่นอน แล้วจะรู้สึกอยากจะขอบคุณกล้องที่ได้สร้างโหมดนี้มา อย่างเช่นเวลาที่คุณพาลูกของคุณไปเที่ยวสวนสนุก บอกไว้เลยว่าตั้งโหมดนี้ค้างไว้เลย แล้วปรับความเร็วชัตเตอร์ไปสัก 1/500 แค่นี้ คุณก็จะได้ภาพที่ใช้ได้ทุกภาพ

Continue Reading