ผีปอบตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วมันมีอยู่จริงหรือไม่?

ซึ่งก็อาจจะมีหลายๆคนอาจจะตั้งคำถามมาว่าคุณเชื่อหรือไม่ว่าผีปอบมันมีอยู่จริงไหมและคุณคิดว่าการโดนผีปอบเข้าสิงมันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคิดยังไงช่วยเล่าให้ฟังหน่อย ผีปอบตามหลักวิทยาศาสตร์ ถ้าเอาตามความรู้สึกของเรานะเราจะไม่ขอบอกว่าเราไม่เชื่อแต่เราจะบอกว่าเราเชื่อประมาณ20-30%

ส่วนอีก70%เราไม่เชื่อคือตรงนี้เราต้องขอไล่เรียงกันไปทีละข้อเริ่มจากพิธีไล่ผีปอบยังไปถึงลักษณะของผีปอบที่เข้าสิงคนแล้วกัน โดยวิธีไล่ผีปอบตรงนี้นั่นก็คือการคั่วพริกแล้วลมควันให้คนๆนั้นเกิดอาการทกลักและทำให้ตาแดงตรงนี้ต้องบอกเลยว่าต่อให้ไม่ใช่คนที่ถูกผีปอบเข้าสิงเป็นคนธรรมดาคนทั่วไปยังไงคนที่โดนลมควันตรงนั้นก็ต้องเกิดอาการตาแดงอย่างแน่นอน

โดยตรงนี้ในมุมมองของเราเลยคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นเรื่องจริงแต่ถ้าเรามองในอีกมุมมองหนึ่งว่าตามหลักวิทยาศาสตร์และการแพทย์ถ้าคนๆนึงเขามีความคิดอยู่ใต้จิตสำนึกคนๆนี้อาจจะเป็นแบบนู้นแบบนี้ยกตัวอย่างเช่นถ้าอยู่ดีๆมีคนมาบอกเราเป็นผีปอบมากขึ้นทุกวัน

วันใดวันหนึ่งจิตใต้สำนึกของเราหรือความคิดของเรามันอาจจะคิดขึ้นมาว่ากูอาจจะเป็นผีปอบจริงๆก็ได้ถ้าเราคิดแบบนั้นเมื่อไหร่เราอาจจะสร้างตัวตนอีกตัวตนหนึ่งขึ้นมาตามที่คนเหล่านั้นพูดแล้วทำให้เป็นอาการทางจิตขึ้นมาหรือที่เขาเรียกว่าโรคจินิดหนึ่งนั่นเอง

ซึ่งตรงนี้ถ้าใครไม่เห็นภาพก็ลองไปค้นหารูปภาพได้มันมีผู้ป่วยหลายๆคนที่คิดว่าตัวเองเป็นสัตว์ชนิดนั้นชนิดนี้โดยผีเข้าสิงหรือโดนอะไรก็แล้วแต่ทางการแพทย์เขายืนยันได้เลยว่าในสมองของเขามีสารที่หลั่งออกมาผิดขึ้นมาแล้วทำให้เขาได้เกิดมาเป็นตัวตนหนึ่งขึ้นมาโดยที่เขานั้นไม่ได้ตั้งใจเลย

เนื่องจากนี้ในอีกส่วนหนึ่งกรณีที่ผีปอบเข้าสิงคนและคนๆนั้นกลายเป็นผีปอบจากลักษณะอยู่คนที่ว่าอยู่ดีๆก็กลายเป็นคนที่ซึมไปเลยอยู่ๆคนนั้นก็กลายเป็นคนดีดคล้ายกับคนบ้านไปเลยคนๆนั้นก็โดนรุมประนาณว่ากลายเป็นผีปอบแล้วตรงนี้เราขอบอกเลยว่าเราแทบจะไม่เชื่อเลยก็ว่าได้

เพราะว่าตรงนี้มันมีหลากหลายอารมณ์มากมายไม่ว่าจะเป็นทั้งอารมณ์ดีหรืออารมณ์เศร้าหรืออารมณ์อะไรก็แล้วแต่โดยตรงนี้มันสามารถที่จะเกิดได้ในสภาพแวดล้อมแทบจะทุกอย่างแต่ถามว่าในด้านของความเชื่อผีอบมาสิงแลวเกิดทำให้เป็นแบบนั่นมันมีโอกาสที่จะเป็นไปได้ไหมถ้าตามความเชื่อมันมีโอกาศเป็นไปได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    gclub เว็บตรง

You may also like